คำถามที่พบบ่อย

ทุกเรื่องที่คุณอยากรู้

รวมข้อมูลที่ช่วยให้คุณเข้าใจบริการของเราง่ายขึ้น

ก่อนตัดสินใจซื้อทรัพย์กับบริษัท ต้องทำอย่างไรบ้าง

บริษัทขายทรัพย์ตามสภาพที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน และตามข้อมูลที่ระบุในเอกสารสิทธิ์ ลูกค้าต้องตรวจสอบสภาพทรัพย์ ทำเลที่ตั้ง ขนาดเนื้อที่ และข้อมูลต่างๆด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

สามารถเข้าชมทรัพย์ได้หรือไม่

ทำได้โดยนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายล่วงหน้าเพื่อพานำชม หากเป็นที่ดินเปล่าสามารถไปชมทรัพย์ได้ด้วยตนเอง ตามแผนที่ที่ปรากฎบนเว็บไซต์ของบริษัท หรือสอบถามรายละเอียดที่ตั้งทรัพย์กับทางบริษัทได้

กรณีที่ยังมีผู้ใช้ประโยชน์ภายในทรัพย์สิน บริษัทจะดำเนินการขับไล่ให้หรือไม่

หากทรัพย์สินได้รับการโอนกรรมสิทธิ์เป็นของบริษัทแล้ว บริษัทจะมีขั้นตอนเจรจาต่อรอง หรือ ดำเนินการฟ้องบังคับขับไล่ตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่หากมีผู้เสนอซื้อทรัพย์ในขณะที่การฟ้องขับไล่ยังไม่แล้วเสร็จ และบริษัทได้อนุมัติขายตามสภาพแล้ว บริษัทจะยุติการขับไล่ทั้งหมด และเป็นภาระของผู้ซื้อที่จะต้องดำเนินการขับไล่เองต่อไป

หากสนใจซื้อทรัพย์ สามารถต่อรองราคาได้หรือไม่

แล้วแต่กรณี ขึ้นอยู่กับทรัพย์แต่ละแปลง และนโยบายของบริษัทในการจัดโปรโมชั่นส่วนลด ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทก่อน

บ้านซื้อตรงกับบริษัท หรือกับใคร

ซื้อตรงกับบริษัท

ทรัพย์สินที่ขายยังติดจำนองหรือติดบังคับคดีหรือไม่

ทรัพย์ที่บริษัทประกาศขายเป็นทรัพย์ปลอดจำนอง และบริษัทซื้อได้จากการขายทอดตลาด หรือรับโอนทรัพย์ชำระหนี้จากลูกหนี้มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

บริษัทให้เช่าด้วยหรือไม่

ปัจจุบันทางบริษัทริเริ่มนโยบายให้เช่าทรัพย์แล้ว โดยผู้สนใจ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยตรงกับบริษัท

ขั้นตอนการซื้อทรัพย์กับบริษัท ต้องทำอย่างไรบ้าง

  1. วางมัดจำ 10 % ของราคาเสนอซื้อทรัพย์ เพื่อยื่นเรื่องขอเสนอซื้อ โดยรูปแบบแคชเชียร์เช็ค/ดราฟท์ หรือโอนเงินมัดจำเข้าบัญชีของบริษัท (แล้วแต่กรณี)
  2. รอผลการพิจารณาจากคณะกรรมการของบริษัท (ทราบผลประมาณ 1 – 2 สัปดาห์นับจากวางมัดจำ)
  3. เมื่อคณะกรรมการอนุมัติแล้ว ให้ผู้ซื้อเข้าทำสัญญาจะซื้อจะขายภายใน 15 วันทำการ
  4. ชำระเงินส่วนที่เหลือทั้งหมดพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย็สิน ณ สำนักงานที่ดิน ภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับการอนุมัติจากบริษัท

การซื้อทรัพย์กับบริษัท ใช้เอกสารอะไรบ้าง

กรณีซื้อในนามบุคคล

  1. หนังสือขอเสนอซื้อ
  2. แบบฟอร์มแสดงแหล่งที่มาของเงิน
  3. ประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัว (PDPA)
  4. สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ซื้อ/ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์
  5. สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ชำระเงิน (กรณีผู้ชำระเงินไม่ใช่บุคคลเดียวกับผู้รับโอนกรรมสิทธิ์)
  6. สำเนาหน้าสมุดธนาคาร ที่เห็นชื่อและเลขที่บัญชีชัดเจน
  7. สำเนารายการเดินบัญชีธนาคาร ซึ่งเป็นบัญชีที่ถอนเงินมาชำระค่าซื้อทรัพย์สินนั้นๆ
  8. สำเนาใบคำขอซื้อแคชเชียร์เช็ค/ดราฟท์ หรือสำเนาใบโอนเงิน

กรณีซื้อในนามนิติบุคคล

  1. หนังสือขอเสนอซื้อ
  2. แบบฟอร์มแสดงแหล่งที่มาของเงิน
  3. ประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัว (PDPA)
  4. หนังสือรับรองบริษัท (อายุไม่เกิน 1 เดือน)
  5. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
  6. งบการเงินปีล่าสุด
  7. ภ.พ. 20 (ถ้ามี)
  8. สำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
  9. สำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้านของผู้ชำระเงิน
  10. สำเนาหน้าสมุดธนาคาร ที่เห็นชื่อ และเลขที่บัญชีชัดเจน
  11. สำเนารายการเดินบัญชีธนาคาร ซึ่งเป็นบัญชีที่ถอนเงินมาชำระค่าซื้อทรัพย์สินนั้นๆ
  12. สำเนาใบคำขอซื้อแคชเชียร์เช็ค/ดราฟท์ หรือสำเนาใบโอนเงิน

หากวางมัดจำเพื่อเสนอซื้อแล้ว แต่บริษัทไม่อนุมัติขาย จะได้รับเงินมัดจำคืนหรือไม่

หากเงื่อนไขการเสนอขอซื้อ ไม่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของบริษัท บริษัทจะคืนเงินมัดจำให้กับลูกค้าภายใน 14 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา

นอกจากราคาซื้อขายแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกหรือไม่

ผู้ซื้อต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน ในอัตรา 6.3% แบ่งออกเป็น

  • ค่าธรรมเนียมโอน คิดอัตรา 2% ของราคาประเมินราชการ
  • ค่าภาษีธุกิจเฉพาะ คิดอัตรา 3.3 % และภาษีเงินได้นิติบุคคล คิดอัตรา 1% ของราคาซื้อขาย หรือราคาประเมินราชการอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีมูลค่าสูงกว่าหมายเหตุ : ปัจจุบัน รัฐบาลมีมาตราการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ปี พ.ศ. 2567 โดยกระทรวงการคลัง สำหรับผู้ซื้อที่เป็นบุคคลธรรมดา สัญชาติไทย ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท จะลดค่าธรรมเนียมโอนจาก 2% เหลือ 0.01% ทั้งนี้สิ้นสุดภายใน 31 ธันวาคม 2567

หากวางมัดจำเพื่อเสนอซื้อแล้ว แต่ต่อมาลูกค้าไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคาร จะสามารถขอรับเงิน มัดจำคืนได้หรือไม่

หากคณะกรรมการของบริษัทอนุมัติขายทรัพย์ให้กับลูกค้าแล้ว จะไม่สามารถขอรับเงินมัดจำคืนได้
ในกรณีที่ลูกค้าต้องการใช้สินเชื่อ ลูกค้าควรปรึกษากับธนาคารหรือสถาบันการเงินเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนตัดสินใจวางเงินมัดจำเพื่อเสนอซื้อทรัพย์กับบริษัท

หากต้องการเปลี่ยนชื่อผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ สามารถทำได้หรือไม่

ผู้ซื้อจะต้องมีหนังสือแจ้งเปลี่ยนชื่อผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ให้บริษัททราบล่วงหน้าก่อนวันโอนกรรมสิทธิ์เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ และจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของบริษัทก่อน

สามารถขอสินเชื่อและผ่อนกับบริษัทได้หรือไม่

ทางบริษัทไม่ได้ดำเนินการยื่นขอสินเชื่อให้กับลูกค้า ลูกค้าต้องติดต่อธนาคารด้วยตนเอง

เอกสารประกอบการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารมีอะไรบ้าง

  1. หนังสือขอเสนอซื้อทรัพย์สิน หรือ สัญญาจะซื้อจะขาย
  2. สำเนาโฉนดที่ดินแปลงที่ต้องการซื้อ
  3. สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชน / เอกสารของบริษัท ห้างร้าน (กรณีซื้อในนามนิติบุคคล)
  4. สำเนาการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลังประมาณ 6 เดือน
  5. สลิปเงินเดือน/หนังสือรับรองเงินเดือน

หรือเอกสารเพิ่มเติมอื่นๆที่ทางธนาคารแต่ละแห่งร้องขอ (กรุณาติดต่อสอบถามธนาคารด้วยตนเอง)

ทั้งนี้ทางบริษัทสามารถจัดเตรียมสำเนาโฉนดที่ดิน หนังสือขอเสนอซื้อทรัพย์สิน และ/หรือ สัญญาจะซื้อจะขายทรัพย์สิน ให้กับผู้ซื้อได้